วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การดูแลลูกน้อยท้องเสีย ช่วงวัยแรกเกิดถึงหนึ่งปี

ท้องเสีย” ป็นโรคที่พบได้บ่อยในน้องเล็กๆค่ะตั้งแต่ 4-6 เดือนขึ้นไปค่ะคุณแม่ บ้างก็เริ่มด้วยอาการอาเจียนและมีอาการ
ปวดท้องร่วมด้วยค่ะ แต่น้อง ส่วนใหญ่อาการท้องเสียมักดีขึ้นและหายได้เองภายใน 72 ชั่วโมงค่ะ อย่าเพิ่งกังวลนะคะ
โดยทั่วไปจะถือว่าน้องมีอาการท้องเสียก็เมื่อถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวันขึ้นไป หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน หรือมูกเลือด 1 ครั้งขึ้นไปค่ะ












ทีนี้หลักการสังเกตว่าน้องท้องเสียจริงหรือไม่เรามาดูกันทีละช่วงอายุกันเลยค่ะ

ช่วงอายุแรกเกิด-3เดือน

หากคุณแม่สังเกตไม่ใช่ฉี่อย่างเดียวนะคะที่น้องขับออกมาบ่อยแต่อุจจาระก็บ่อยด้วยค่ะเกือบเท่ากับจำนวนครั้งที่ดื่มนมทีเดียวค่ะหลังขี้เทาผ่านไปแล้ว
และค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหลัง1สป.และเริ่มเป็นเนื้อในที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากตอนที่น้องยังอยู่ในท้องคุณแม่ยังไม่มีเชื้อโรค
เข้าไปอยู่ในลำไส้ พอหลังคลอดเชื้อโรคเข้าไปอยู่ในลำไส้อย่างรวดเร็วอาการอึเหมือนท้องเสียจึงเกิดขึ้นค่ะ แต่ไม่ต้องกังวล
นะคะอาการเช่นนี้จะค่อยๆหายไปค่ะ(ขี้เทาจะกินเวลาประมาณ1สป.ในช่วง3-5วันแรกหลังคลอด)อาการอย่างนี้ถือว่าน้องถ่ายปกตินะคะ
น้องอายุ 3-4 เดือนแรก
น้อง 2 - 3 วันแรกเกิด น้องจะถ่ายเป็นสีเทา จากนั้นจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ถ้ากินนมแม่จะถ่ายเป็นฟองหรือเป็นเม็ดมะเขือปน
ปนน้ำเนื้อเละๆ โดยถ่ายวันละ 6 - 10 ครั้ง ถ้ากินนมผสมจะถ่าย วันละ 2 - 3 ครั้ง ขึ้นกับชนิดของนมผสมที่น้องรับประทานค่ะ 
มักจะถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งกว่าเด็กโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่กินนมแม่มักจะถ่าย 4-5 ครั้งต่อวัน 
บางคนอาจจะบ่อยกว่านี้ โดยที่ลักษณะอุจจาระนิ่มเหลว อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกตินะคะ ในทางปฏิบัติหากคุณแม่สังเกตว่า 
หากน้องถ่ายบ่อยกว่าปกติ หรือเหลวกว่าปกติ หรืออุจจาระมีน้ำมากกว่าปกติ ก็ควรสงสัยว่าลูกกำลังเริ่มท้องเสียได้เลยค่ะ
น้องที่ ท้องเสียอาจมีอาการต่างๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้ อาเจียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อโรต้าไวรัส น้องมักจะอาเจียนมาก
อาการท้องเสียในเด็กเล็กอายุ 4-6 เดือนและถึง 24เดือนเลยค่ะ
มักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค
เพราะน้องน้อยในวัยนี้มักมีความสนใจหยิบจับสิ่งต่างๆ เจ้าปาก หรือชอบดูดนิ้วมือ ซึ่งหากเป็นคนโบราณ อาจเรียกอาการนี้ว่า “อาการยืดตัว” นั่นเองค่ะ
เนื่องจากอาการมักเป็นในช่วงที่มีการพัฒนาของกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น คืบ คลาน นั่ง เกาะยืน
การที่น้องน้อยหยิบของตามพื้นมาอมเข้าปาก ซึ่งมักพบในขณะที่น้องอายุ 6-24 เดือน ควรระวังสิ่งของเหล่านี้ อย่างมากค่ะ
ของที่อยู่ตามพื้นหรือของเล่นของน้อง จึงควรหมั่นล้างทำความสะอาดของเล่นทุกวันก็จะป้องกันมิให้น้องท้องเสียได้ค่ะ
การติดเชื้อในลำไส้ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดค่ะ ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสก็ได้ค่ะมักพบในทารก 6 เดือนแรก
มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) หรือ E.coli ฯลฯ ส่วนน้องทารกเกิน 6 เดือน ไปแล้วจะพบสาเหตุจากเชื้อไวรัสได้บ่อย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรต้าไวรัส ซึ่งในบ้านเราจะพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาวเจ้าค่าๆๆๆ
บางครั้งอาจเกิดจากขาดน้ำย่อยแลคโตสก็ได้นะคะ
ดังนั้นบางครั้งคุณแม่อาจจะต้องเปลี่ยนสูตรนมที่เคยดื่มอยู่ มาเป็นนมที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทส แต่ก็ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเปลี่ยนเป็นนมชนิดนี้ทุกครั้งที่น้องท้องเสียหรอกนะคะ
แต่ให้สังเกตง่าย ๆ ว่า น้องมีตัวอุ่น ๆ มักมีน้ำมูกไหล ไอ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือเปล่า
อุจจาระก็มักจะไม่มีกลิ่นเหม็นคาว จะเป็นน้ำใสจำนวนมาก มักจะถ่ายมี  เสียงลมปนออกมากับอุจจาระ เมื่อมีอาการเช่นนี้จึงสมควรเปลี่ยนสูตรนมเป็นชนิดที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทส
แต่โอกาสที่จะเกิดการขาดน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทสนั้น ก็พบได้น้อยกว่า 
เพราะส่วนใหญ่ของการท้องเสียของน้องในประเทศไทยมักเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจจะหายได้เองหรือต้องได้รับยาปฏิชีวนะที่ถูกชนิด จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทสทุกครั้งที่ท้องเสียค่ะ
สำหรับน้องอายุ 1 ปีขึ้นไป
อาการท้องเสียมักมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคไวรัสค่ะเรียกว่า “ไวรัสลงลำไส้” มักจะพบร่วมกับอาการไข้หวัดนั่นเองค่ะหรือเกิดจากอาหารเป็นพิษ
น้องวัย 5 ปีแรก
อาการท้องเสียอาจมีสาเหตุจากโรคติดเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งน้องจะมีอาการไข้สูง อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ ร่างกายขาดน้ำและอาจมีผิวหนังบริเวณก้นแดง เนื่องจากน้องไม่สามารถย่อยน้ำตาลแล็คโตสได้