วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สาเหตุที่ลูกน้อยท้องเสีย


สาเหตุที่มักจะพบได้บ่อยมีดังนี้ค่ะคุณแม่
สำหรับทารก อาการท้องเสียมักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค เนื่องจากการดูแลความสะอาดของขวด
นมไม่เหมาะสม ปัจจุบันอาการท้องเสียจากสาเหตุนี้พบน้อยลง
โดยปกติ การท้องเสียมักเกิดจากมีเชื้อโรคปะปนในอาหารหรือนมของลูก โดยเชื้อโรคบางชนิดสามารถสร้างสารพิษให้
ละลายปนในอาหาร ซึ่งถึงแม้จะนำอาหารที่เจือปนเชื้อโรคและสารพิษนี้มาทำให้สุก อาจจะทำลายตัวเชื้อโรคให้หมดฤทธิ์ได้เพราะสารพิษ
จากเชื้อโรคเหล่านี้มักจะทนความร้อนได้ดี จึงควรระมัดระวังมิให้เชื้อโรคได้เติบโตในอาหารที่จะให้แก่ลูกตั้งแต่เตรียมอาหารเสร็จ
การแพ้นมวัวหรือแพ้อาหารอื่นๆ เช่น ไข่ขาว อาหารทะเล ฯลฯ โดยที่ทารกขวบปีแรกมักพบการแพ้นมวัวบ่อยกว่าอาห ารอื่นๆ 
หากท้องเสียนานกว่าปกติร่วมกับมีอาการอื่นๆ ที่บ่งชี้ถึงภูมิแพ้ เช่น ผื่นคันที่แก้มเป็นๆ หายๆ เป็นต้น ก็จะทำให้คิดถึงภาวะนี้มากขึ้น
และทารกที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นภูมิแพ้ ก็มีโอกาสเกิดภาวะแพ้นมวัวหรือแพ้อาหารได้สูงขึ ้น
 อีกสาเหตุอาจจะเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด ของการย่อย การดูดซึม และความผิดปกติของลำไส้เล็ก ทารกมักจะมีอาการ 
 ท้องเสียตั้งแต่แรกเกิดและมักเป็นเรื้อรัง
อาการท้องเสียในเด็กเล็กอายุ 4-6 เดือนขึ้นไป มักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค
เพราะเด็กในวัยนี้มักมีความสนใจหยิบจับสิ่งต่างๆ เจ้าปาก หรือชอบดูดนิ้วมือ ซึ่งหากเป็นคนรุ่นเก่า อาจเรียกโรคนี้ว่า “โรคยืดตัว” 
เนื่องจากโรคมักเป็นในช่วงที่มีการพัฒนาของกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น คืบ คลาน นั่ง เกาะยืน
การที่ลูกหยิบของตามพื้นมาอมเข้าปาก ซึ่งมักพบในขณะที่ลูกอายุ 6-24 เดือน ควรระวังสิ่งของเหล่านี้ โดยเฉพาะ
ของที่อยู่ตามพื้นหรือของเล่นของลูก จึงควรหมั่นล้างทำความสะอาดของเล่นของลูกทุกวันก็จะป้องกันมิให้ลูกท้องเสียได้
การติดเชื้อในลำไส้ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส สำหรับทารก 6 เดือนแรก
มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) หรือ E.coli ฯลฯ ส่วนทารกเกิน 6 เดือน จะพบสาเหตุจากเชื้อไวรัสได้บ่อย  
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรต้าไวรัส ซึ่งในบ้านเราจะพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว
  ยาบางชนิดที่ลูกได้รับอาจทำให้ทารกบางรายท้องเส ียได้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด amoxycillin, amoxycillin / clavulanic acid,
erythromycin ฯลฯ หรือยาที่คุณแม่กิน หากให้ลูกกินนมแม่ ยาบางชนิดจะผ่านน้ำนมแม ่และอาจทำให้ลูกท้องเสียได้
ช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่ม penicillin และ cephalosporin
 อาหารบางชนิด เช่น กินน้ำผลไม้ปริมาณมากเกินไป หรือการชงนมเข้มข้นกว่าปกติ อาจทำให้ท้องเสียได้
น้องเพิ่งปรับเปลี่ยนสูตรนมหรือไม่คะเนื่องจากทารกวัยแรกเกิดถึงหนึ่งปีร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่รวมถึงระบบการย่อยอาหาร
ยังไม่สมบูรณื หากเปลี่ยนนมโดยทันทีเพราะเมื่อสารอาหารที่ได้รับเปลี่ยนแปลงไปอาจส่งผลให้มีลักษณะอุจจาระแข็งหรือเหลวได้
สำหรับลูกที่มีอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 24 เดือน(อาจเกิดจากขาดน้ำย่อยแลคโตส)
บางครั้งอาจจะต้องเปลี่ยนสูตรนมที่เคยดื่มอยู่ มาเป็นนมที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทส แต่ก็ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเปลี่ยนเป็นนมชนิดนี้
ทุกครั้งที่ลูกท้อง  เสียให้สังเกตง่าย ๆ ว่า ลูกมีตัวอุ่น ๆ มักมีน้ำมูกไหล ไอ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำ
อุจจาระก็มักจะไม่มีกลิ่นเหม็นคาว จะเป็นน้ำใสจำนวนมาก มักจะถ่ายมี  เสียงลมปนออกมากับอุจจาระ เมื่อมีอาการเช่นนี้
จึงสมควรเปลี่ยนสูตรนมเป็นชนิดที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทส แต่โอกาสที่จะเกิดการขาดน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทสนั้น ก็พบได้น้อยกว่า 
เพราะส่วนใหญ่ของการท้องเสียของลูกในประเทศไทยมักเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจจะหายได้เองหรือต้องได้รับยาปฏิชีวนะ
ที่ถูกชนิด จึงไม่ควรที่จะเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่มีน้ำตาลแล็กโทสทุกครั้งที่ท้องเสีย
สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป อาการท้องเสียมักมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคไวรัสเรียกว่า “ไวรัสลงลำไส้” หรือเกิดจากอาหารเป็นพิษ
เด็กวัย 5 ปีแรก อาการท้องเสียอาจมีสาเหตุจากโรคติดเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งเด็กจะมีอาการไข้สูง อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ ร่างกายขาดน้ำ
และอาจมีผิวหนังบริเวณก้นแดง เนื่องจากเด็กไม่สามารถย่อยน้ำตาลแล็คโตสได้
ข้ออกผื่นร่วมกับอุจจาระร่วง มักเกิดจากไวรัสในเด็กวัยนี้ ไข้จะมีเพียง3-4วันแล้วหายไปแต่อาการอุจจระร่วงยังอยู่เนื่องจากมีลักษณะ
ของลำไส้ขาดน้ำย่อยน้ำตาลนม(แลคโตส)ซึ่งปัจจุบันมีนมสูตรพิเศษสำหรับอาการดังกล่าวแนะนำให้เปลี่ยนนมชั่วคราวหลังเปลี่ยนนมก็ควร
จะถ่ายดีขึ้นเป็นปกติค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น